Article

กันยายน
2568
ตอบคำถามการปฏิบัติ #2

J: สวัสดีครับ อาจารย์บี
ผมขออนุญาต ขอคำแนะนำ และ คำชี้แนะครับผม
ตอนนี้ตั้งแต่ผมกลับจากคอร์สมาและได้ปฏิบัติ ทั้งในและนอกรูปแบบ ต่อเนื่องเท่าที่ระลึกได้

ตอนนี้สิ่งที่เจอคือ แต่ก่อนเป็นคนขี้กังวล คิดมาก ชอบคิดปรุงไปในอนาคตแบบ worse case แล้วก็หลงไปในความคิด คุยกับมัน วิเคราะห์ หาทางออกในหัว

แต่ตอนนี้ ผมเห็นความคิดพวกนี้ และไม่ไปคุยกับความคิดได้แล้วครับ โดยการกลับมารู้ตัว และเริ่มมีอิสระในการเลือกจะเชื่อความคิดไหน ด้วยสติ ไม่ต้องไปคุยกับความคิด ก็แค่วาง และ กลับมารู้สึกตัว แม้ใจจะไหว ใจจะกระเพี่อม กับบางความคิดหนักๆบ้าง ก็ยอมรับ และก็กลับมารู้สึกตัวต่อ

แต่สิ่งที่ผมอยากจะถามอาจารย์บีคือ
ตอนนี้ผมเห็นความคิดพวกนี้ ขึ้นมาถี่มากกกกก กว่าแต่ก่อนเยอะเลยครับ แต่บางครั้งมันยังไม่ออกมาเป็นคำพูด พอรู้ตัวมันก็หายไป

ผมไม่ทราบว่า ที่ผมเห็นความคิด กับ อารมณ์ ขึ้นมาถี่ๆมากๆ กว่าแต่ก่อน คืออะไรหรอครับ ขอความเมตตาอาจารย์ช่วยชี้แนะทีครับผม

B: การที่เราจะเจริญสติอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตัวสตินั้นมีความว่องไวขึ้น จึงสามารถเห็นความคิดได้ทันท่วงที และอาจมีอาการที่เมื่อสติทันความคิดความคิดก็ดับลง
ให้สร้างความเพียรอย่างต่อเนื่อง และมาสังเกตอาการต่างๆ ซึ่งเป็นการเจริญปัญญา

การเดินปัญญา คือการหันมาสังเกตความเป็นไปของความคิดและอารมณ์ตามธรรมชาติของมัน โดยไม่เข้าไปดัดแปลง ไม่พยายามบังคับให้เป็นไปตามที่ใจเราต้องการ แต่เรียนรู้ที่จะเห็นอย่างที่มันเป็นจริง ๆ ก่อนอื่นต้องเข้าใจให้ถูกเสียก่อนว่า จิตโดยธรรมชาติแล้วนั้น เดิมแท้มีความเป็นปกติอยู่แล้ว ความไม่ปกติที่เรารับรู้ได้ ล้วนเป็นเพียงอาการปรุงแต่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว

เมื่ออายตนะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบกับสิ่งต่าง ๆ ความคิดก็จะปรุงขึ้น และปรุงต่อจนกลายเป็นอารมณ์ ทั้งชอบและไม่ชอบ สุขหรือทุกข์ สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติของจิตที่ปรุงแต่ง ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องไปบังคับควบคุม การปฏิบัติธรรมไม่ได้หมายถึงการทำให้ไม่มีความหวั่นไหวเลยเมื่อถูกชม ถูกด่า หรือมีสิ่งใดมากระทบ หากเข้าใจเช่นนั้นจะกลายเป็นการฝืนธรรมชาติ เป็นความอยากของเราเองที่จะไม่ให้อารมณ์เกิดขึ้น กลายเป็นการกดข่มอารมณ์ ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง

สิ่งที่ควรทำคือการรับรู้ตามที่มันเป็นจริง ให้ยอมรับตามที่มันปรากฏ ไม่ผลักไส ไม่เข้าไปเป็นอารมณ์หรือความคิดเหล่านั้น เพียงสังเกตอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นความคิดเกิดก็รู้ว่าเป็นความคิด เมื่อเห็นอารมณ์เกิดก็รู้ว่าเป็นอารมณ์ ให้รู้เท่าทันโดยไม่ต้องเข้าไปแก้ไขหรือแทรกแซง ความรู้เช่นนี้เองคือการเดินปัญญา ที่จะค่อย ๆ คลี่คลายความยึดมั่นในใจ และทำให้เรามีอิสระจากความคิดและอารมณ์เหล่านั้นอย่างแท้จริง

J : ขอบคุณมากครับ อาจารย์บี
ดังนั้นที่ผมฝึกรู้ตัวไปเรี่อย แล้วเห็นความคิด โดยเฉพาะ ความคิดที่ผมยึดไว้แน่นๆ เช่น ความกลัว ความกังวล ขึ้นมาถี่ๆ ก็ถูกแล้วใช่ไหมครับ
ผมตกใจกับสภาวะนี้ ตอนเจอช่วงนี้

B: ใช่ ให้เห็นไปตามธรรมชาติของมัน ตามที่มันเป็น ไม่ต้องไปแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือไปรู้สึกชอบหรือไม่ชอบมัน เรากำลังสังเกตตัวธรรมชาติที่มันเป็นอย่างนี้เอง

J: สักพักผมก็มีสติ ก็รู้ว่านั่นก็เป็นแค่หนึ่งในความคิดที่ปรุงมาหลอกให้กลัวเช่นกัน 55 แล้วผมก็กลับมารู้สึกตัวเหมือนเดิม เพราะเป็นสิ่งเดียวที่อาจารย์บอกให้ผมทำครับ

B: ใช่ค่ะเพราะเราไม่ทันความคิด มันปรุงซ้อนเข้าไปจากสิ่งที่สติเข้าไปเห็น

J: ผมยังจำคำสอนของอาจารย์วันสุดท้ายที่อาจารย์จับหัวผมได้ ไม่ต้องทำอะไรไม่ต้องคิดอะไรแค่รู้สึกตัวแค่นั้นจริงๆ

B: มาถูกทางแล้ว สาธุ

J: กราบในความเมตตาครับ

อ.บี กลุ่มเพื่อนรู้สึกตัว
27 ก.ย. 68